กลางเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วยกัน 2 วัน คือ วันอาสาฬหบูชา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) และวัดถัดไปคือวันเข้าพรรษา (แรม 1 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 16 – 17 กรกฎาคม 2562
“วันอาสาฬหบูชา” เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเป็นครั้งแรก คือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร หมายถึง สูตรว่าด้วยการหมุนกงล้อ แห่งธรรม แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 และในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนานั้นเอง หัวหน้าปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 นั้น นามว่า โกณทัญญะ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม คือเข้าใจชัดแจ้งในพระธรรมที่ทรงแสดง มองเห็น ความเป็นธรรมดาของสังขารธรรม บรรลุโสดาปัตติผล และได้ทูลขอบวชในพระพุทธศาสนา นับว่าเป็นพระสงฆ์สาวกรูปแรกของพระพุทธศาสนา ดังนั้น วันอาสาฬหบูชา จึงเป็นทั้งวันระลึกถึงการแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า และเป็นวันที่พระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบบริบูรณ์
กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนปฏิบัติกันในวันนี้คือ ช่วงเช้า เข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม และหล่อเทียนพรรษาเพื่อนำไปถวายในวันรุ่งขึ้นคือ “วันเข้าพรรษา” ช่วงเย็น จะเป็นการเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ
สำหรับ “วันเข้าพรรษา” เป็นวันที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น เพื่อไม่ให้พระสงฆ์จาริกไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาให้เสียหายในฤดูเพาะปลูก หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า “จำพรรษา” นั่นเอง
คู่หูเดินทางฉบับนี้จะขอเชิญชวนผู้อ่านไปเที่ยวกันที่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ชมประเพณีอันมีเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกกับการตักบาตรดอกเข้าพรรษา ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 กรกฎาคม 2562 โดยมีกำหนดการดังนี้
เวลา 07.30 น. จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 7 แห่ง
เวลา 09.30 น. พิธีถวายเทียนพระราชทาน ณ พระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
เวลา 08.30 น. พิธีถวายเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี จำนวน 68 ต้น ณ ศาลาการเปรียญวัดพระพุทธฉาย ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี
เวลา 13.00 น.ภาคบ่ายร่วมพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและชมขบวนแห่ถวายเป็นพุทธบูชา ชมขบวนพยุหยาตรา ขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนวัฒนธรรม การแสดงต่างๆ เวลา 17.00 น. พิธีย้อนตำนานสระบุรีสืบสานประเพณีหนึ่งเดียว “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” เปิดงานโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี จากนั้นขบวนอัญเชิญพระพุทธรูป ขบวนพระสงฆ์ลงจากมณฑป พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีล้างเท้าพระ
พิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ รอบเช้า เวลา 09.00 น. รอบบ่าย 15.00 น. ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
สำหรับ “ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน และเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวประเภทเหง้าแบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายกระชาย สูงประมาณ 30 – 70 เซนติเมตร ลักษณะเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถว ส่วนดอกจะมีลักษณะโค้งทอดยาวสวยงามอ่อนช้อย ช่อหนึ่งยาวประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร สีของกลีบประดับมีหลายสี ทั้งสีเหลือง สีขาว และสีชมพู ตรงกลางส่วนเกสรมีลักษณะเป็นสีเหลืองสดคล้ายรูปหงส์กำลังเหิน ซึ่งหนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้น นี่คงเป็นที่มาของชื่อดอกเข้าพรรษานั่นเอง
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่บ้านพระพุทธบาท หมู่ 8 ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ห่างจากตัวเมืองสระบุรีประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีปูชนียสถานสำคัญคือ “รอยพระพุทธบาท” ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธ์คีรี รอยพระพุทธบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว โดยพระเจ้าทรงธรรมทรงเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมและบูรณะปฏิสังขรกันอีกหลายสมัย
ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสองปิดทองประดับกระจกโดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนมและมีพุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกที่งดงาม มีความละเอียดอ่อนช้อยสมกับความเป็นไทยแท้ ในส่วนทางขึ้นของพระมณฑป เป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้วที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด มีลักษณะเป็นนาค 5 เศียร บริเวณเชิงบันไดด้านข้างจะเป็นศาลาเปลื้องพระภูษา สำหรับพระเจ้าแผ่นดินทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ก่อนขึ้นกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ในสมัยก่อน เมื่อมองจากมุมด้านล่างขึ้นไปตามแนวบันไดนาคเราจะได้เห็นภาพความงดงามของพระมณฑปทั้งองค์ และนี่คือมุมมหาชนที่คนนิยมมาถ่ายรูปกันด้วย
นอกจากนี้ บริเวณรายรอบพระมณฑปจะมีพระอุโบสถ เจดีย์ และพระวิหารต่างๆ ซึ่งเป็นศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น อาทิ วิหารคลังล่าง วิหารหลวงพ่อโตและพระป่าเลไลยก์ รวมถึงพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า ฯลฯ วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ และช่วงงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติคนละ 30 บาท เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถ้าใครวางแผนมาเที่ยวไม่ทันช่วงงานเทศกาลตักบาตรดอกพรรษาปีนี้ ก็สามารถแวะมาเที่ยวชมกราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาทเพื่อความเป็นสิริมงคลได้เช่นกัน โดยเรามีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมาแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวสายช้อป สายชิม และสายชิลรักษ์โลกด้วย
การเดินทาง
รถโดยสาธารณะ
มีรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เส้นทางกรุงเทพฯ – สรบุรี ตั้งแต่เวลา 05.00 – 19.00 น. ทุกวัน และบริการรถตู้โดยสารสาธารณะ เส้นทางกรุงเทพฯ – ลพบุรี ออกจากสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) จอดที่ปากทางเข้าวัดพระพุทธบาทฯ ตั้งแต่เวลา 04.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ขับตรงเข้าตัวเมืองสระบุรี เมื่อถึงแยกพุแคจะเป็นทางสามแยก ถ้าเลี้ยวขวาไปจะเป็นทางไปตลาดหัวปลี (กลับรถจุดยูเทิร์นแรกเพื่อชิดซ้ายเข้าตลาด) ถ้าจะไปสวนพฤษศาสตร์พุแค ให้ขับตรงไปจากแยกประมาณ 1 กม. อยู่ติดถนนด้านซ้ายมือ และถ้าจะไปวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 12 กม. จะเห็นซุ้มประตูทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้ายมือ ขับเข้าไปอีก 1 กม. จะเจอวัด
4,491 total views, 3 views today