ในยามที่ฤดูหนาวมาเยือนประเทศไทย นอกจากการที่เราจะได้ออกไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็น ชมธรรมชาติอันแสนสวยงาม ดูน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้าและสายหมอกขาวฟุ้งในยามเช้าแล้ว อีกหนึ่งสีสันของหน้าหนาวที่ทำให้ภูเขาเป็นสีชมพูก็คือ การไปเที่ยวชมการบานสะพรั่งของ “ดอกซากุระเมืองไทย” หรือ “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” ตามยอดภูสูงทางภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทยนั่นเอง
ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ว่าจะไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลซึ่งตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอนอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลยในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า “ภูลมโล” เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สามารถขึ้นไปได้ทั้งทางฝั่งจังหวัดเลยและจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อรู้ข่าวว่าดอกนางพญาเสือโคร่งบนยอดภูลมโลเริ่มออกดอกแล้ว เราไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปยังจุดหมาย กับทริปสั้นๆ 4 วัน 3 คืน ไปแบบชิลๆ นอนเต้นท์รับลมหนาว พร้อมเก็บภาพความสวยงามมาให้ชมกันแบบจุใจ…
เราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯในช่วงสายวันพฤหัสฯมุ่งหน้าไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อขึ้นไปทางภูทับเบิกเมื่อถึงสามแยกหน้าที่ทำการอุทยานฯถ้าเลี้ยวขวาจะไปภูทับเบิกเราต้องเลี้ยวซ้ายและจ่ายค่าเข้าชมอุทยานฯจากนั้นขับรถตรงไปตามทางเรื่อยๆ (ทางคดโค้งเยอะ ควรขับด้วยความระมัดระวัง) อีกประมาณ 23 กิโลฯ จะเจอสามแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปยังที่ทำการอุทยานภูหินร่องกล้า ประมาณ 6 กิโลเมตร หรือถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นทางไปหมู่บ้านร่องกล้า อีกไม่ไกลก็จะพบตัวหมู่บ้านและจุดขึ้นรถไปชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล ใครที่ไม่ได้จองที่พักไว้ก็สามารถติดต่อหาโฮมสเตย์หรือจุดกางเต้นท์ ณ บริเวณนี้ได้ มีร้านค้าและร้านอาหารบริการพร้อม
การเดินทางขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่ง เปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่เวลา 05.00 – 16.00 น. อุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปเอง เพราะทางค่อนข้างแคบและชันมาก หากไม่ชำนาญทางอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นักท่องเที่ยวต้องมาขึ้นรถบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านร่องกล้า หรือจะให้รถไปรับยังที่พักก็ได้ (แจ้งเจ้าของบ้านจะเป็นคนติดต่อรถให้) ราคาคันละ 1,000 บาท สามารถนั่งได้ 10 คน จะเหมาหรือแชร์กับนักท่องเที่ยวท่านอื่นก็ได้ ติดต่อสอบถามโทร. 09 8417 1782 (ผู้ใหญ่บ้าน) และ 08 7838 0195 (ชมรมการท่องเที่ยว)
เรามาถึงที่นี่เกือบ 6 โมงเย็น ฟ้าเริ่มมืดแล้ว หาอาหารเย็นทานเรียบร้อยก็มองหาที่พักกางเต้นท์ ได้ที่ “บ้านไร่ลมหนาว” อยู่ด้านบนสุดของหมู่บ้าน เขาบอกว่าจุดนี้วิวสวยที่สุด อากาศหนาวจริงๆ คืนที่เรามานี้อยู่ที่ 11 องศา ล้างหน้าแต่ละทีเย็นสะท้าน
เช้าวันที่ 2 เราแจ้งให้รถมารับเราบนนี้ตอนตีห้าครึ่ง เพื่อจะไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ใช้เวลานั่งรถประมาณ 45 นาทีก็ถึงยังที่หมายแรก คนเยอะพอสมควร อากาศเย็น แต่โชคดีที่ลมไม่แรง ใช้เวลายืนรอและเก็บภาพไปได้เรื่อยๆ เพราะกว่าพระอาทิตย์จะขึ้นก็เกือบเจ็ดโมง “ยอดภูลมโล” มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,680 เมตร ดอกนางพญาเสือโคร่งจะขึ้นกระจายตามจุดต่างๆ ทั่วภูเขาบนพื้นที่กว่าพันไร่ เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างความสวยงามยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
รถจะพาเราแวะทั้งหมด 4 จุด แต่ละจุดก็จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสวยหวานบานสะพรั่งอวดโฉมอยู่ทุกจุด ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมาเหมือนไปเที่ยวดูดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นเลยนะ ใครงบน้อยไม่ต้องไปไกล เพราะประเทศไทยของเราก็มี แต่จะบานอยู่แค่ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์เท่านั้น ดอกก็จะร่วงและแตกใบอ่อนสีเขียวออกมาแทน เพราะฉะนั้น ถ้ารู้ข่าวว่าเริ่มผลิดอกแล้วก็รีบหาเวลาไปด่วน
เดินเล่นถ่ายรูปจนเพลินกว่าจะกลับมาที่พักก็เที่ยงพอดีจัดแจงหาของกินเก็บเต้นท์และคืนนี้ไปนอนต่อกันที่ “ภูทับเบิก” เพื่อชมแสงแรกยามเช้า
ที่ภูทับเบิกคนหนาแน่นเหมือนเช่นเคยโดยเฉพาะหน้าหนาวแบบนี้คนมาจากทั่วสารทิศทั้งเหนือกลางใต้ตะวันออกตะวันตกเพราะเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากแต่สมัยนี้จะมาหาไร่กะหล่ำคงจะยาก
เช้าวันที่ 3 ตามนัด ตื่นมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางผู้คนมากมายที่มารอชมเช่นกัน หาอาหารเช้าทานเรียบร้อยก็เตรียมตัวลงไปเที่ยวที่อำเภอหล่มสักกัน เพราะเย็นนี้มีโปรแกรมว่าจะไปเดินเล่นที่ “ถนนคนเดินไทหล่ม” ซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น ตลอดสองข้างทางลงจากภูทับเบิกจะมีไร่สตรอเบอรี่เล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ช้อป ชิม แชะภาพเป็นระยะ เราก็ไม่พลาดแวะที่ “ไร่สตรอเบอรี่ลอยฟ้า” เป็นสตรอเบอรี่พันธุ์ 80 ลูกใหญ่ หวาน กรอบ อร่อย ถ้าซื้อที่เป็นกล่องบรรจุแล้วกล่องละ 100 บาท แต่ถ้าอยากให้ได้ฟิลเดินเก็บแบบสวยๆ ในสวน ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท ถ้าจะเก็บแล้วทานเลยก็เลือกลูกที่สีแดง แต่ถ้าจะทานวันรุ่งขึ้นก็เลือกเก็บลูกที่ออกสีอมชมพูพอ เพราะสตรอเบอรี่สุกเร็ว ถ้าทานไม่ทัน เสียดายนะ
แวะกินแวะเที่ยวมาตลอดทาง คืนนี้เราจองห้องพักไว้ อาบน้ำ นอนเล่นตากแอร์สักพักก็ได้เวลาออกไปเดินเล่นที่ “ถนนคนเดินไทหล่ม” ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ใกล้หอนาฬิกา บนถนนรณกิจเชื่อมต่อถนนพิทักษ์และถนนสุริยะวงษา ซึ่งถือว่าเป็นถนนเก่าแก่ของอำเภอหล่มสัก ตลอดสองฝากฝั่งจะเป็นบ้านเรือนแถวไม้โบราณ 2 ชั้น มีทั้งของกิน ของใช้ และการแสดงทางวัฒนธรรมประจำถิ่นให้ชม ใกล้กันจะเป็นตลาดริมน้ำไทหล่ม และสวนสาธารณะดงตาล บรรยากาศดี เดินสบาย แถมของกินก็เยอะ เดินไป ชิมไป กว่าจะรอบตลาดก็อิ่มมื้อเย็นพอดี ตลาดจะเปิดเวลา 5 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่ม
เช้าวันสุดท้ายเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพฯ ก่อนจะถึงบ้านก็ขอแวะช้อปปิ้งผักและผลไม้ปลอดสารกันที่ “ไร่กำนันจุล สาขา 2” อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงที่เราไปเค้ายังมีงาน Mulberry Fest 2017 เปิดให้เที่ยวชมไร่มัลเบอร์รี่ เลยได้เก็บภาพมาฝากบ้างเล็กน้อย เสร็จสรรพปิดทริปนี้สวยๆ ในสายบุญกันที่ “วัดธรรมยาน“ อยู่ที่บ้านห้วยน้ำบ่อ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ถ้าเรามุ่งหน้าไปทางกรุงเทพฯ ต้องกลับรถเพื่อเข้าวัด ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวามือ เจ้าอาวาสวัดนี้เป็นศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระพุทธรูปแต่ละองค์จึงจำลองแบบมาจากที่วัดท่าซุง มีความงดงามโดดเด่นด้วยโบสถ์ทรงเรือสำเภาที่ดูแปลกตา ด้านหน้าโบสถ์จะมีพญานาค 1 คู่ ด้านซ้ายชื่อ “พญาศรีสุนันท์” ด้านขวาชื่อ “พญาศรีสุธน” ด้านในโบสถ์จะมี “สมเด็จองค์ปฐม” เป็นประธาน และพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ประดิษฐาน ณ ศาลารายรอบโบสถ์
ก่อนตรงมายังโบสถ์ด้านหน้าจะเป็น “มหาวิหารหลวงพ่อยิ้ม” เนื้อที่ภายในมหาวิหาร 4 ไร่เศษ เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อยิ้ม สมเด็จพระพุทธธรรมยาน พระประธานหน้าตัก 15 ศอก สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จปางจักรพรรดิ์ หลวงปู่ปานหน้าตัก 8 ศอก หลวงพ่อพระราชพรหมยานหน้าตัก 8 ศอก และมีพระชำระหนี้สงฆ์โดยรอบมหาวิหาร จำนวน 104 องค์
อิ่มท้อง อิ่มบุญ สุขใจ และได้สัมผัสกับธรรมชาติสวยๆ ของดอกซากุระเมืองไทย ที่หนึ่งปีจะบานเพียงครั้งเดียว … ทริปนี้บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ กับการรอคอย !!!
การเดินทาง
- รถโดยสารสาธารณะ
มีรถโดยสาร ของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ทุกวัน สอบถามตารางเวลาเดินรถได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th
- รถยนต์ส่วนตัว
การเดินทางไปภูลมโลสามารถไปได้ 2 เส้นทาง
- บ้านร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี – ลพบุรี – เพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหมายเลข 21 มุ่งหน้า อ.หล่มสัก จากนั้นเบี่ยงซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองก่อนถึงสี่แยกหล่มสักจะเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 จากนั้นจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ หมายเลข 2372 ขับตรงไปจนเจอทางแยกซ้ายมือขึ้นภูทับเบิก ทางหลวง 2331 เป็นทางลาดชันและทางโค้งหักศอก ราว 18 กิโลเมตร จนถึงด่านเก็บเงินค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านร่องกล้าอีก 23 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามชมรมการท่องเที่ยวบ้านร่องกล้า โทร. 08 7838 0195
- ตำบลกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
จากจังหวัดเลยผ่านอำเภอภูเรือเข้าสู่ตำบลโคกนาม ใช้ถนนเส้นหล่มเก่า หล่มสัก ตรงอย่างเดียวผ่านบ้านถึงโป่งชี และบ้านน้ำพุง เมื่อถึงบ้านน้ำพุงมีทางแยกขวาเขียนว่าวัดป่าพุทธประทับ เลี้ยวขวาตรงไปมีป้ายบอกทางขึ้นไปภูลมโล โดยใช้บริการรถนำเที่ยวของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกกสะทอน ที่ทำการจะอยู่ก่อนถึงทางขึ้นภูลมโล การเดินทางไป–กลับ 20 กิโลเมตร ค่ารถคันละ 1,500 บาท นั่งได้ 10 คน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 06 2557 0912 และ 06 2557 0913
3,783 total views, 1 views today