หมู่บ้านคีรีวง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาและสายน้ำ ตั้งอยู่ที่ ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน อันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย มีสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลักคือการทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” คือการปลูกไม้ผลหลายชนิดรวมกันเพื่อให้กลมกลืนกับป่าไม้ธรรมชาติ ในสวนสมรมจะมีผลไม้หลายชนิดขึ้นปะปนกัน ทั้งสะตอ เหรียง เนียง มังคุด เงาะ ขนุน จำปาดะ ลางสาด ลองกอง และทุเรียนพื้นบ้าน เป็นต้น การเพาะปลูกจะทำกันบนภูเขาที่ล้อมรอบคีรีวงที่เราเห็นเขียวๆ นั่นแหละคือสวนสมรมของชาวบ้าน เวลาจะเก็บเกี่ยวผลผลิตทีจึงจำเป็นต้องใช้รถมอเตอร์ไซด์วิบากขี่ขึ้นไป เราจึงเห็นรถมอเตอร์ไซด์เหล่านี้ขับขี่พ่วงของกันทั่วหมูบ้าน และถ้าใครมาจังหวะดีช่วงผลไม้ออกผล ก็จะได้เที่ยวชมสวน พร้อมชิมผลไม้อร่อยๆ สดๆ จากต้นกันเลย และกิจกรรมหลักๆ สามอย่างที่ควรทำเมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านคีรีวง คือ เช่าจักรยานปั่นชมวิถีชีวิตชิลล์ๆ รอบหมู่บ้าน ถ่ายภาพตามจุดไฮไลท์ต่างๆ ว่ามาแล้วนะ และสุดท้ายคือการลงเล่นน้ำที่ลำธารใสไหลเย็นนี่แหละ ฟินแล้ว! แต่จะให้ฟินสุดๆ ก็คือการได้มาเดินเที่ยวเล่นหาของกินโบราณที่ตลาดนัดยามเช้าของชาวบ้านที่อยู่ข้างวัดคีรีวง ซึ่งมีเฉพาะวันศุกร์และวันจันทร์เท่านั้น แม่ค้าพ่อค้าน่ารักทุกคน
การมาพักที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบโฮมสเตย์ หรือใครที่มากับผู้สูงอายุ ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้นก็มีรีสอร์ทสวยๆ ให้เลือกพักเช่นกัน และถ้าใครต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านให้มากขึ้นก็สามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบหมู่บ้านก็ได้ ราคา 50 บาทต่อวัน แต่กำลังขาก็ต้องดีหน่อยนะ เพราะถ้าปั่นขึ้นไปถึงจุดบนสุดบริเวณ “หนานหินท่าหา” ก็คงจะเหนื่อยเอาการเหมือนกัน เพราะทางค่อนข้างสูงชัน
จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวงก็คือทัศนียภาพจากธรรมชาติสร้างสรรค์ ขุนเขา ป่าไม้และลำธารน้ำใสที่ไหลทอดยาวมาจากต้นน้ำบนยอดภูเขาหลวง ไหลลงผ่านซอกหินก้อนเล็กก้อนน้อยลัดเลาะลงไปถึงคลองท่าดี ซึ่งเกิดจากคลองท่าชาย คลองท่าหาและคลองปง ไหลมารวมกันหน้าหมู่บ้านคีรีวง สร้างความชุ่มชื่นให้ที่นี่ได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เราจะเห็นเมฆหมอกลอยอยู่บนยอดเขาตลอดทั้งวัน ให้บรรยากาศของความสดชื่นและผ่อนคลาย และเมื่อมาถึงหมู่บ้านคีรีวงแล้วจุดเช็คอินจุดแรกที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ “สะพานบ้านคีรีวง” จุดนี้คือจุดไฮไลท์หลักที่ทุกคนต้องมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกว่า “ฉันมาถึงแล้วนะ…หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย”
จากนั้นก็มุ่งหน้าขึ้นไปบนเขาที่ “หนานหินท่าหา” อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่มีสะพานแขวน และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมลงเล่นน้ำ เพราะมีบริการร้านค้า ร้านอาหาร และห่วงยางบริการพร้อม แต่ที่จริงการลงเล่นน้ำเราสามารลงเล่นจุดไหนก็ได้ที่สะดวกและปลอดภัย เพราะลำธารน้ำนั้นไหลทอดยาวจากด้านบนลงสู่ด้านล่างขนานกับแนวถนนตลอดเส้นทาง…ชอบตรงไหนแวะตรงนั้นเพราะเป็นลำธารเส้นเดียวกัน
นอกจากนี้ในหมู่บ้านก็จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP หลายกลุ่มให้เราได้แวะชมและช้อปกัน เช่น กลุ่มผ้ามัดย้อมธรรมชาติ กลุ่มลูกไม้ กลุ่มสมุนไพร ที่นี่จะจำหน่ายสินค้าหลากหลายที่ทำจากสมุนไพรท้องถิ่น เช่น สบู่มังคุด ขนมทุเรียนกวนย่าง ขนมลูกชก ฯลฯ กลุ่มลายเทียน กลุ่มนี้อยู่หลังวัดคีรีวง มีสาธิตวิธีการทำให้ดูด้วย และถ้าถูกใจก็แวะช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้านได้เลย มีทั้งผ้าผืน หมวก เสื้อ กระเป๋า ฯ ที่ออกแบบมาได้อย่างสีสันสวยงาม หรือถ้าใครอยากลองวาดลายเทียนหรือลงสีผ้าเช็ดหน้าเป็นที่ระลึก ทางกลุ่มก็มีให้บริการ อัตราผืนละ 50 บาท ทำตอนเช้า ตอนเย็นก็มาแวะรับของได้เลย และกลุ่มจักสานและผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว เป็นต้นซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีความโดดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป
เรามานอนค้างที่นี่คืนวันพฤหัส ตอนเช้าจึงมีโอกาสได้มาสัมผัสกับสตลาดนัดยามเช้าข้างวัดคีรีวง ประทับใจมากๆ มีของกินนานาสารพัด ทั้งของหวาน ของคาว บางร้านก็ทำกันแบบสดให้เห็นถึงวิธีการทำ บางร้านก็เป็นของที่ทำมาจากบ้านพร้อมตักขาย บรรยากาศน่าเดินมาก (แม้ในวันฝนพรำ) มีทั้งของสด ของแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ ขนมโบราณหน้าตาแปลกๆ ที่เราไม่คุ้นชื่อแต่เมื่อได้ชิมแล้วรสชาติดีงามมาก ที่สังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือเขาไม่ใช้หม้อใส่แกง หรือโจ๊ก แต่ใช้กาละมังสังกะสีที่เราใช้ซักผ้าใส่แทน ก็จะดูเป็นวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนที่นี่ไปอีกแบบ แต่ถ้าใครจะมาเดินเล่นที่ตลาดนัดต้องตื่นกันแต่เช้านะ เพราะของเค้าดี ถูก และอร่อยจริง ไม่ถึง 9 โมงเช้าของก็จะหมดแล้ว … ขอย้ำ! ตลาดนัดยามเช้าจะมีแค่วันศุกร์กับวันจันทร์เท่านั้น เพราะวันอื่นๆ พ่อค้าแม่ค้าเค้าไปทำสวนกันจ้า
การเดินทางมาท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านนั้น สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือการเคารพสถานที่ที่เราไปเยือน ไม่ทิ้งขยะ สร้างมลภาวะที่ไม่ดีเพิ่ม หรือตะโกนโวยวาย หัวเราะเสียงดังจนรบกวนนักท่องเที่ยวท่านอื่นหรือเจ้าของบ้านที่เราไปพักอาศัย การเที่ยวอย่างมีระเบียบ มีน้ำใจไมตรีแก่เพื่อนร่วมทางหรือคนร่วมทริป นอกจากภาพความทรงจำของสถานที่ที่สวยงามที่เราได้กลับไปแล้ว เรายังอาจได้มิตรใหม่ที่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะ
การเดินทาง
โดยรถโดยสารสาธารณะ
จากกรุงเทพฯ สามารถขึ้นรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้) ถนนบรมราชชนนี สายกรุงเทพฯ–นครศรีธรรมราช–หัวไทร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง สอบถามตารางเดินรถและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. และเมื่อเดินทางถึงสถานีขนส่งฯ เรียบร้อยแล้วให้เดินออกมาที่ถนนใหญ่จะมีท่ารถสองแถว นครศรีฯ – คีรีวง ขึ้นมาได้เลย รถจะสุดสายที่เชิงสะพานบ้านคีรีวง มีรถออก ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น
โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ขับรถมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ มาทางถนนพระราม 2 ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จากอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ให้ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง อีก 9 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 800 กว่ากิโลฯ
3,491 total views, 1 views today