♦ ปวดบริเวณท้องด้านขวาบน
อาจเกิดจากโรคถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วถุงน้ำดี ตับอักเสบ กรวยไตอักเสบ งูสวัด ปอดอักเสบ ลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น
♦ ปวดบริเวณท้องด้านขวาล่าง
อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องเกิดการอักเสบ การท้องนอกมดลูก ปีกมดลูกอักเสบ เยื่อบุผนังมดลูกเจริญผิดที่ นิ่วในไตและท่อไต กรวยไตอักเสบ ไส้เลื่อน กะเปาะผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ลำไส้ทะลุ เส้นเลือดโป่งพองในช่องท้อง
♦ ปวดบริเวณท้องด้านซ้ายบน
อาจเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ม้ามโตหรือแตก นิ่วไต งูสวัด กล้ามเนื้อหัวใจตาย ปอดอักเสบ ลำไส้อักเสบ
♦ ปวดบริเวณท้องด้านซ้ายล่าง
อาจเกิดจากลำไส้อุดตัน ลำไส้อักเสบ เส้นเลือดโป่งพองในช่องท้องมีการรั่วซึม ท้องนอกมดลูก ปีกมดลูกอักเสบ กรวยไตอักเสบ นิ่วในไตและท่อไต
♦ ปวดบริเวณลิ้นปี่
อาจเกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้ส่วนต้นอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบระยะแรก เส้นเลือดเเดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ถุงน้ำดีอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย
♦ ปวดรอบสะดือ
อาจเพราะไส้ติ่งอักเสบระยะเเรก กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตัน เส้นเลือดในช่องท้องอุดตัน เส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง
♦ ปวดบริเวณท้องน้อย
อาจเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ โรคของต่อมลูกหมาก ปีกมดลูกอักเสบ ไส้เลื่อน ช่องเชิงกรานอักเสบ ท้องนอกมดลูก ลำไส้อุดตัน ลำไส้อักเสบ
นอกจากนี้ ในบางรายอาการปวดท้องก็อาจเกิดจากสาเหตุโรคอื่นๆ เช่น โรคกระดูกสันหลัง ปอดอักเสบ ภาวะเเคลเซียมในเลือดสูง เบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน ไตวายเพราะมีของเสียในเลือดคั่งมาก ไข้ไทฟอยด์ ต่อมหมวกไตบกพร่อง โรคทางจิตเวช ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น ดังนั้น หากเกิดอาการปวดท้องแบบผิดปกติหรือเรื้อรัง อย่านิ่งนอนใจควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด
3,035 total views, 1 views today